2009/Dec/27






1

คุณเคยมีการเดินทางครั้งที่ยาวนานที่สุดไหม


คืนนี้มีบางเรื่อง ทำให้ฉันคิดถึงการเดินทางครานั้น

ยี่สิบกว่าวัน คือ ระยะเวลารวม
เกินหนึ่งพันกิโลเมตร สำหรับระยะทาง
ป่วยกาย ป่วยใจ อีกหลายรอบ กว่าจะสิ้นสุดการเดินทาง

ถ้าจะพูดถึงจุดเริ่มที่แท้จริง คงยืดยาวเกินไป
เอาแค่ จุดเริ่มของเส้นทาง คงเพียงพอ

จากเมืองชายทะเล ตะวันออก
ขึ้นสู่เมืองชายขอบ ด้านขวา ของขวานทอง
แล้วตัดผ่ากลางขวาน สู่เมืองชายขอบด้านซ้าย
และหลังจากนั้น เส้นทางก็วกวน เลาะเลี้ยว ไปมา

มีผู้ร่วมทาง ขึ้น ลง ผลัดเปลี่ยน ไปตามสถานที่
แล้วผู้ร่วมทางคนสุดท้าย ก็ถึงสถานที่ของเค้า

จากนี้ จะว่าไป คือ การเดินทางคนเดียวจริง ๆ ครั้งแรกของฉันในชีวิต
(ที่ไม่นับแค่จากบ้าน ไปถึงที่ทำงานต่างจังหวัด)
ขับรถโดยไร้ผู้ร่วมทาง บนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย
จุดหมาย คือ เมืองสุดท้าย ก่อนจะกลับบ้าน กลับสู่โลกความจริง

เส้นทางทับซ้อนกับขาไป
ก่อนจะแยกซ้าย สู่ถนนที่คดเคี้ยวอีกสายนึงของประเทศ
ฉันไปเชียงคาน โดยใช้เส้นทางผ่าน อ.ด่านซ้าย จ.เลย

ภาพถนนคดเคี้ยว กับแดดหน้าหนาว 
มีหลักกิโลเมตร เป็นเพื่อนร่วมทาง
ถนนสายภูเขา ยิ่งเปล่าเปลี่ยว ในยามเย็น
บางความทรงจำ จะอย่างไร ก็ไม่เคยจาง


2

ทุกคนมีเพื่อน แต่เพื่อนไม่ได้เหมือนกันทุกคน
เพื่อนบางคน มีไว้ให้พักพิงใจ

เราฉลองการพบกัน ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำโขง
เชียงคานเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว มีฝรั่งไม่กี่คน
ไม่ต้องพูดถึง คนไทย ที่เลยผ่าน อำเภอเล็ก ๆ แห่งนี้ไป

ห้องแถวไม้ ริมแม่น้ำโขง ทอดเงา เหงาเงียบ
เส้นทางเล็กเลาะเลียบแม่น้ำ มีแค่เราสองคน เดินเล่น
สนทนา สัพเพเหระ ความเป็นไปของกัน
เว้นแต่ บางเรื่องที่ต่างเก็บไว้ในใจ


3

บางที แม้ไม่ได้ค้นหา แต่ก็อาจค้นพบตัวเอง ระหว่างทาง
ฉันไม่เคยคิด ว่าจะสามารถเดินทางคนเดียวได้
แต่ยิ่งไม่เคยคิด ว่าจะไปเที่ยวคนเดียวได้

เมื่อเพื่อนต้องทำงาน ฉันเลยฆ่าเวลา ด้วยการไปเที่ยวแก่งคุดคู้คนเดียว
แก่งคุดคู้ ตอนนั้น ยังกว้าง ว่าง โล่ง
แทบจะไม่มีอะไรสักอย่าง เหมือนปัจจุบัน
ปีที่แล้ว เชียงคานกับเพื่อน ๆ
เมื่อไปถึงแก่งคุดคู้ ทำเอาฉันมึนงง นึกว่ามาผิดที่

ตอนนั้น มีเพียงม้านั่ง ไม่กี่ตัว กับร้านค้าเล็ก ๆ
ดอกดาวกระจาย พริ้วลม แทรกตัวขึ้นตามเขื่อนหิน
ครอบครัวเล็ก ๆ พ่อ แม่ ลูก นั่งปิกนิก บนสนามหญ้า
ขุนเขา สายน้ำ ฟ้าสดใส
ฉันนั่งอ่านหนังสือ สลับมองภาพเบื้องหน้า มองฟ้า แล้วทอดถอนใจ


4

ปีที่แล้ว ขับรถพาเพื่อน ๆ ขึ้นภูทอก เพื่อดูพระอาทิตย์ตก
แล้วก็ได้แต่สงสัย ว่าคราวนั้น ฉันซ้อนมอเตอร์ไซล์มาได้ยังไง

พาเพื่อน ๆ ไปจุดเดิม ที่เคยถ่ายรูป
แต่เวลาพาให้ต้นสักเติบโต จนบดบังวิว

สถานที่เดิม แม่น้ำสายเดิม พระอาทิตย์ดวงเดิม
มีเพียงความรู้สึกที่ไม่เหมือนเดิม
เวลาช่วยอะไรหลาย ๆ อย่าง

สถานที่นึง วันนี้เรายืนอยู่อย่างสนุกสนาน
วันนั้น ใจคล้ายหลุดร่วงไปกับพระอาทิตย์
วันนั้น ได้แต่เพ่งมองไปสุดขอบฟ้า
แล้วส่งความรักอันท่วมท้น ข้ามขุนเขา
เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวทีทำได้


5

ไม่รู้ว่า นกไร้ขา กับ นกปีกหัก แบบไหนเจ็บปวดกว่ากัน
แต่ถ้าให้มองย้อนไป ตอนนั้น ฉันคงเหมือน นกปีกหัก มากกว่า
ยับเยิน ซวนเซ

ไม่รู้ว่า ตรงไหน และตอนไหน ที่หลงรัก
แต่เชียงคาน ก็กลายเป็นสถานที่ ที่โหยหา มาตลอด
เชียงคานของฉัน
ไม่มีโปสการ์ด ไม่มีร้านอาร์ต ๆ ไม่มีอะไรเลย
เพียง สายน้ำ ขุนเขา ท้องฟ้า
กับความเงียบ เงาแดด

อาจเป็นเงาเหงา ๆ ที่เดินเคียงกัน
อาจเป็นใจบางดวง ที่เอาแต่ล่องลอยไปไกล
หรือวินาที นิ่งสงบ ขณะนั่งอ่านหนังสือคนเดียว

แม้ไม่ใช่ทั้งหมด
แต่เมืองนี้ ได้เยียวยา บางส่วนของฉัน
ให้ได้ค้นพบ ว่าถึงยังไง ฉันก็ยังหายใจแบบเดียวดายได้
และเพื่อนบางคน จะโอบกอดเราเสมอ








อยากจะตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า
no postcard, no cafe in chiangkan
แต่ฉันก็ชอบทั้ง โปสการ์ด และร้านกาแฟ ไม่ว่าที่ไหนในโลก
อีกทั้งไม่ได้รังเกียจ ความเปลี่ยนไปของเชียงคาน
เราคงยึดสถานที่ หยุดเวลาใด ไม่ได้
เมืองที่เรารัก ยังไงเราก็ยังรัก

เพียงแต่ ฉันไปเชียงคานอีกหลายครั้ง
แต่ไม่มีครั้งไหนจะแจ่มชัดเท่าครั้งแรกอีกแล้ว
และความทรงจำครานั้น เป็นเรื่องที่อยากเขียนมาตลอด
แต่ไม่เคยเขียนได้จบ


แต่เพราะคืนนี้ ได้เห็น เชียงคาน อีกครั้ง ผ่านเวบนี้

http://www.thaiweekender.com/index.php/chiangkarn.html

เชียงคานทั้งภาพ และข้อมูล ครบครัน ชัดเจน
ชัดเจน จนรู้สึก ควรชำระความทรงจำนี้สักที



Comment

Comment:

Tweet


มาเที่ยว เชียงคาน อย่าลืมแวะมาชิมกาแฟโบราณที่ "ร้านเชียงคาน ลานลม"และแวะทักทายกันได้ที่ http://www.lanlome.com
#12 by เชียงคาน (222.123.95.252) At 2010-09-08 11:55,
อยากเห็นเมื่อสิบปีที่แล้วจังค่ะ
เพราะสองปีที่แล้ว กับที่เพิ่งไปมาเมื่อกี๊ ก็ต่างกันเหลิอเกิน

โปรยคำพูดใส่โปสการ์ดขณะอยู่ที่เชียงคานไปว่า
"ไม่มีสิ่งใดไม่เปลี่ยนแปลง เชียงคานเองก็เช่นกัน"

ปล. ขอแอดนะคะ big smile
อ่านจบแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับเชียงคานเลย เป็นแบบนี้เสมอ ๆ ฮ่าๆๆ

เพิ่งได้ไปเชียงคานมาเมื่อกลางเดือนธันวา ก่อนฝ้ายจะเขียนเอนทรี่นี้ไม่นาน

จังหวะ เวลา ผู้คนที่พบเจอ เพื่อนร่วมทาง ทำให้เรารู้สึกต่อสถานที่นั้น ๆ ต่างกันและต่างไปในแต่ละครั้ง สำหรับเรา ไม่ได้ชอบหรือไม่ชอบเชียงคาน อาจเพราะเหตุผลที่ว่ามาทั้งหมดมันยังไม่ลงตัวเป๊ะก็ได้
.
สวัสดีปีใหม่
มีความสุขนะฝ้าย
#10 by ระหว่างทาง At 2010-01-04 22:41,
อยากไปบ้างจัง แต่กลัวจะตกหลุมรักจนไม่อยากกลับ เหมือนตอนมาปายครั้งแรก พอกลับไปกรุงเทพ มันก็ชำระล้างความประทับใจได้ไม่หมด ต้องกลับไปเยือนอีกครั้งจนถึงขั้นตัดสินใจย้ายมาอยู่ นี่หล่ะเขาเรียกว่าอารมณ์ตกหลุมรัก ถึงแม้ตอนนี้ปายจะโตและเปลี่ยนไปจากเดิม แต่ปายก็ยังเป็นปาย.
#9 by กระต่ายเขียว (195.189.143.61) At 2009-12-29 01:00,
อ่านแล้ว แอบเหงา!!
....
แม้ไม่ใช่ทั้งหมด
แต่เมืองนี้ ได้เยียวยา บางส่วนของฉัน
ให้ได้ค้นพบ ว่าถึงยังไง ฉันก็ยังหายใจแบบเดียวดายได้ และเพื่อนบางคน จะโอบกอดเราเสมอ

เฮ้ยยยย เศร้าไปป่ะเนี่ยะ
angry smile

อยากไปบ้างจัง
#8 by ta_THINK_nhong At 2009-12-28 17:48,
ดีใจที่เป็นส่วนหนึ่งให้มี entry นี้
entry ที่เล่าถึงภาพเชียงคานในความทรงจำ

ก็เพราะเชียงคานนี่ล่ะเนอะ
ที่ทำให้เราได้ทักกัน แล้วก็ได้รู้จักกัน

ไม่แน่นะ...สักวัน เราอาจเดินเจอกันที่นั่น
เมืองที่เราต่างก็หลงรัก
#7 by กระเต็น (61.90.18.143) At 2009-12-27 22:18,
เราไม่เคยไปเชียงคานนะ
แต่เราเป็นคนเหนือ
แถมบ้านไม่ได้จะอยู่ในเมืองอะไรมากมาย
ปั่นจักรยานไปโลสองโล ก็เจอทุ่งหญ้า
บ้านใต้ถุนสูง มียุ้งข้าว เลี้ยงวัวแล้ว
อะไรแบบนั้นน่ะ
คิดไปว่าเชียงคานคงไม่ค่อยต่างกัน

แต่เราเป็นชอบความนิ่งและความเงียบ
คิดว่าอาจจะอินกับเชียงคานได้ง่ายๆ

อืมม คนบ้านนอก ชอบอยู่บ้านนอก
แล้วยังจะไปเที่ยวที่บ้านนอกอีก

ฮ่าๆๆๆ



surprised smile

ปล ฝ้ายเขียนได้อุ่นจัง
#6 by walk my own way ^^ At 2009-12-27 10:20,
ปายโตเร็วเกินไป
#5 by กระต่ายเขียว (119.31.12.138) At 2009-12-27 10:20,
นกไร้ขากับนกปีกหัก?
อิสระของเด็กบนดอย เวลาขี่รถเข้าถนนลาดยาง ซึ่งต่างจากถนนดินแดงในหมู่บ้าน เ็ด็กดอยคงอยากหลับตากางปีกเมื่อได้อยู่บนทางลาดยาง

เดินทางคนเดียวมันเหงาตรงที่ไม่รู้จะคุยกับใคร แต่เวลาผมไปไหนคนเดียว ผมก็ชอบนั่งเงียบๆ ปล่อยให้ใจมันคิดนู่นคิดนี่ แต่น่าเสียดาย บางครั้งบางความคิดก็ลืมเลือน พอถึงที่หมาย ความคิดนั้นก็หายไป

เล่าเรื่องได้ใกล้ริมฝั่งโขง จนได้กลิ่นของบรรยากาศหอมหวลยวลเย้าเมืองลาว ผมได้จิบเบียร์ลาวแล้ว อร่อยชื่นใจดีจัง ถ้าได้ไปเยือนฝั่งลาวแล้วจิบเบยลาวคงจะสุขยิ่ง.
#4 by กระต่ายเขียว (119.31.12.138) At 2009-12-27 10:19,
ไปตอนไหน .. ทำไม ไม่บอกกันอีกแล้ว
ชอบไปเปลี่ยวเพียงลำพัง แล้วก้อได้อะไรบางอย่างกลับมาทุกที

ชริ ๆ งอนลลลลลลล angry smile
#2 by pikachuu (119.234.128.201) At 2009-12-27 10:11,
ยังไม่เคยไปเชียงคานเลย
เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็พูดถึงเชียงคานกันเยอะมาก
กลัวว่าสักวันนึงข้างหน้า เขียงคานจะเหมือนปาย
ปายที่คนเดินทางครั้งก่อนๆ เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง
มากมาย เป็นปายที่เปลี่ยนไป

เวลาชำระล้างบางสิ่ง ช่วงบางขณะรึปล่าวไม่รู้สินะ
มันช่วยได้ แต่มันทำให้ลบและล้างออกไปจากใจ
ไม่ได้น่ะสิ ท่าทางลิ้นชักความทรงจำของเราจะ
ทำงานดีเกินไป
#1 by moodee At 2009-12-27 09:16,