2007/Mar/09



ฉันเป็นคนชอบดูหนัง
เริ่มดูตอนกี่ขวบไม่แน่ใจ
จำได้แต่บรรยากาศ เดินเกาะมือปู่
ไปดูหนังกลางแปลง
เรื่องอะไรไม่รู้ แค่อยากดูก็ไป

โตอีกนิด เข้าโรงหนังได้ ไปกับแม่
แม่เป็นคนเลือกเรื่อง
แต่หนังฝรั่งส่วนใหญ่ดูอยู่บ้าน
พ่อจะเช่าวีดีโอมา
และนั่นจะเป็นหนังที่พ่อเลือก

จนสมัย ม.ปลาย เริ่มเลือกเอง
แต่ถึงอย่างนั้น ก็คล้าย ๆ ไม่ค่อยได้เลือก
บางทีก็ดูเพราะเพื่อนอยากดูบ้าง
หรือดูเพราะมีเวลาว่างบ้าง
ชีวิตวัยเรียน มีเวลาว่างเหลือเฟือ

มาถึงสมัยมหาลัย
ความที่ไปเรียนมหาลัยไกลบ้าน
ทางเลือกเลยน้อยลง
แต่ก็พยายามที่จะดูตลอด
ปิดเทอมกลับมากรุงเทพ
ตระเวนดูหนัง วันละสามเรื่อง
สมัยก่อนรอบฉายหนัง แน่นอนกำหนดได้
ไม่ต้องคอยเช็คเวลาเหมือนสมัยนี้
เรียกว่า วิ่งจากมาบุญครอง มาสยามฯ แล้วข้ามกลับลิโด้ ประมาณนั้น

มาถึงวัยทำงาน
เวลาเริ่มน้อยลง เริ่มเลือกมากขึ้น
เฉพาะเรื่องที่คิดว่า ต้องไม่พลาดจริง ๆ
และเริ่มรู้ว่า การต้องดูหนังที่ตัวเองไม่ชอบ มันทรมาน
ชีวิตการดูหนังคนเดียว เริ่มตอนช่วงนี้
หรือบางที ถึงจะมีคนอยากดูด้วย แต่เวลาไม่ตรงกัน
ฉันเลือกหนัง มากกว่าเลือกรอใคร

จนมาอยู่ที่นี่
ขนดีวีดีจากไทย กลับมาด้วยมากมาย
แต่น้อยครั้งนักที่เปิดดู
แปลกดี ไปดูหนังคนเดียว ไปได้
แต่นั่งดูหนังอยู่บ้านคนเดียว รู้สึกเปลี่ยวเหงา เกินทน
ต้องมีเพื่อนฝูงมาบ้าน ถึงจะได้ดู
หรือไม่ก็ขนหนังไปดูกับเพื่อน

แต่..เชื่อไหม
คนที่นั่งดูหนังเคียงข้างกัน
หัวเราะพร้อมกัน รู้สึกลึกซึ้งร่วมกัน
โดยไม่มีคำพูด แต่รู้ว่า ต่างรู้สึกเหมือนกันนั้น
หายากยิ่ง...
ดูหนังที่ตัวเองไม่ชอบนั้น ทรมานแน่นอน
ดูหนังร่วมคนที่ไม่ใช่ ทรมานยิ่งกว่า

ครั้งนึง ฉันเคยมีใครคนนั้น
เราต่างนั่งกันเงียบ ๆ ต่างดู ต่างคิด
เธอรู้ว่า ฉันเป็นคนอินขนาดไหน
หนังจบไปสิบนาที ยังน้ำตาไหลไม่หยุด
เธอเพียงหยิบกระดาษทิชชู่ให้ และแตะมือฉันเบา ๆ

เมื่อไม่มีเธอ
ฉันยิ่งแทบไม่เคยเหลียวมอง ดีวีดีเหล่านั้นเลย
เพราะฉันเตรียมไว้ เพื่อดูกับเธอ
แต่อีกไม่นาน ฉันต้องจากที่นี่ไปแล้ว
พรุ่งนี้ ต้องเริ่มเก็บของใส่กล่อง
คืนนี้ฉันเลยเริ่มแยกหนังที่ดูแล้วออก
และพบว่า กว่าครึ่งยังใหม่เอี่ยม
มันคงเปล่าเปลืองมาก ถ้าขนมันมา และส่งมันกลับไปทั้งอย่างนั้น
ฉันควรดู ๆ มันให้จบ ๆ
แต่ถึงกระนั้น ขณะที่หยิบแผ่น ยังรู้สึกอยากเปลี่ยนใจไม่ดู

สุดท้าย แทนที่จะนั่งในห้องกว้าง ๆ คนเดียว
ฉันเลยเปลี่ยนมาดูกับโน๊ตบุ้ค ในห้องนอนแทน
ซุกผ้าห่ม ปิดไฟ และเริ่ม...

seasons change
อาจเพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
อาจเพราะความวัยเยาว์ของตัวละคร
อาจเพราะภาพ เพราะเพลง เพราะความลื่นไหล
เลยดูอย่างอิ่มใจกระทั่งจบ
และแม้จะคิดถึงเธอขณะดู
แต่ว่า ฉันก็ไม่ได้เหงา...เท่าที่จินตนาการไว้
คืนนี้ฉันมีความสุขดีล่ะ
แม้จะต้องเอื้อมมือหยิบกระดาษทิชชู่เองก็ตาม



 

edit @ 5 Nov 2007 17:53:55 by เขียนข้างซ้าย

Comment

Comment:

Tweet


ผมดูหนังได้ทั้งคนเดียวและหลายคน และทุกครั้งที่ผมดูหนังเสร้าไม่ว่าคนเดียวหรือหลายคน ผมมักอั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ครับ
#9 by ปิ๊ตตะลิว (125.24.144.230) At 2007-06-18 15:39,
ตอบ คุณเบน

ขอโทษค่ะ เพิ่งเข้าบล็อค
เรื่องสวนฝากฟ้า
แนะนำว่า ลองไปถามที่บล็อคนี้

http://lonelysyndrome.exteen.com/

น่าจะได้ความกระจ่างนะคะ

#8 by เขียนข้างซ้าย At 2007-04-06 23:37,
ขอถามนอกเรื่องหน่อยนะคะ พึ่งได้ยินสวนฝากฟ้า ลอง search ดูพบ blog นี้ อยากทราบว่าถ้าอยากจะไปเยี่ยมวิถีชีวิตแบบสวนฝากฟ้าจะได้หรือไม่คะ แล้วจะติดต่ออย่างไร
#6 by เบน (124.121.172.61) At 2007-04-03 23:11,
ดูคนเดียวหรือดูหลายคน ความรู้สึกที่ได้รับจากหนังเรื่องนั้นมันก็ไม่ต่างอะไร ถ้าเรายังคิดว่าเราเก็บความเศร้า ความเหงาไว้กับตัว ชีวิตคือการเริ่มต้น เริ่มกับสิ่งใหม่ๆ เริ่มกับความรู้สึกใหม่ๆ เริ่มพบสิ่งใหม่ๆ และเริ่มมีความสุขกับสิ่งใหม่ๆ ที่เข้ามาในชีวิต

ยิ้มรอความสุขใหม่ๆ
อยากร้องก้อร้องออกมาให้เยอะ ๆ เลยน้า แล้วอย่าลืมพาเค้าไปเลี้ยงข้าวง่ะ อิอิ (เกี่ยวกันมะเนี่ย)
#4 by ปิกาจู (219.116.134.204) At 2007-03-09 19:02,
ไปดูหนังเรื่องนี้กับเพื่อนสมัยมัธยมค่ะ
ดูไปก็อินไป
ประมาณว่าไอ้นั่นเหมือนเพื่อนคนนี้ ไอ้นี่เหมือนเพื่อนคนนั้น
กรี๊ดๆ คนนั้นแทงกั๊กเหมือนนายนั่น

มีเรื่องขำๆเรากับเพื่อนมักจะยกขำบนโต๊ะอาหารยามพบปะ
เรื่องที่เพื่นผู้ชายคนเดียว จีบเพื่อนในห้องพร้อมๆกันสองคน
แล้วก็ห่างๆกันไปเมื่อต่างคนต่างแยกย้ายไปเรียนที่อื่น
เชื่อไหมว่า กว่าที่เรื่องจะเปิดเผย ก็จนพวกเราเรียนจบทำงาน

เล่าคราวไหน ฮาคราวนั้น
หากคิดภาพไม่ออก ให้คิดถึง ทัดพงษ์จาก "น้ำใสใจจริง"เถอะ
ประมาณลอกกลอนจากหนังสือวัยรุ่นทีละสามสี่แผ่น
เปลี่ยนเฉพาะชื่อคนรับ ...นอกนั้นข้อความเหมือนกันหมด

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร สำหรับฉัน
สมัยเรียนมัธยมปลาย เป็นห้วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของชีวิต

ยิ้มและหัวเราะได้เต็มตาและเต็มใจ
จนกระทั่งตอนนี้ ได้หวนคิดถึงมันก็ยิ้มได้ทุกทีเสมอ

ดู คนเดียว บางที
ก้อไม่เหงา อย่างที่คิดนะคะ
เพราะว่า ถ้า อยากร้องไห้ ก็สามารถร้องออกมา โดยไม่ต้องอาย คนข้างๆไง
#1 by i-hub... At 2007-03-09 03:03,